การพนันในเด็กอังกฤษ กับมาตรการจำกัดอายุ

อังกฤษ ประเทศที่ได้ชื่อว่าจัดการการพนันให้อยู่ในที่ในทางได้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันเด็กๆ จากการพนันได้อย่างสมบูรณ์ โดยในปี 2018 มีเด็กอายุ 11 – 15 ปี เล่นการพนันถึงร้อยละ 16 หรือประมาณ 450,000 คน ‘การพนัน’ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเด็กที่สร้างความกังวลใจต่อหน่วยงานกำกับ ดูแลกิจการการพนันของอังกฤษ ชื่อ Gambling Commission ตามรายงานผลการสำรวจ สถานการณ์การพนันในกลุ่มเด็ก ประจำปี 2018 (Youth People and Gambling 2018) ที่ทำการสำ รวจกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 11 – 15 ปี จากโรงเรียนมัธยมของรัฐ 103 แห่ง ในอังกฤษและเวลส์ จำนวน 2,411 คน โดยในบทความนี้ขอเรียกรวมๆ ว่า ‘เด็กอังกฤษ’

ผลการสำรวจพบว่า

เด็กอังกฤษมีประสบการณ์เล่นการพนัน ร้อยละ 16

เด็กดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 8

เด็กเสพยาเสพติด ร้อยละ 6

เด็กสูบ บุหรี่ ร้อยละ 5

ที่น่าเป็นกังวลยิ่งกว่าคือ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนเด็กสูบบุหรี่ ดื่ม แอลกอฮอล์ และเสพยาเสพติด มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ขณะที่จำนวนเด็กเล่นการพนันมีแนว โน้มคงตัว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

การพนันที่เด็กอังกฤษนิยมเล่นมากที่สุดมี 2 ประเภท ได้แก่ สล๊อตแมชชีนรูปผลไม้ (Fruit Machines) ตามร้านเกมตู้ ตามผับหรือคลับ และการเล่นพนันกันเองในกลุ่มเพื่อน อยู่ที่ร้อยละ 5 เท่ากัน รองลงมาคือ การเล่นไพ่เอาเงินกันในหมู่เพื่อน (ร้อยละ 4) ลอตเตอรี่แบบขูด (ร้อย ละ 4) ลอตโต้ (ร้อยละ 3) และเล่นบิงโกในคลับบิงโก (ร้อยละ 2) ทั้งนี้เด็กผู้ชายที่เล่นการ พนันมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 21 และเด็กผู้หญิงเล่นการพนันมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 11

อะไรทำให้เด็กอังกฤษเล่นการพนัน?

เมื่อสอบถามถึงการรับรู้ของเด็กอังกฤษที่มีต่อการพนัน พบว่า เด็กค่อนข้าง มีทัศนคติที่ถูกต้อง โดยเด็กเกินครึ่ง คือร้อยละ 58 เห็นว่า “การพนันเป็นสิ่งที่มี อันตราย” มีเพียงส่วนน้อยที่มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการพนัน ยกตัวอย่างเช่น

แล้วอะไรคือแรงจูงใจให้เด็กจำนวนไม่น้อยเล่นการพนัน?

จากผลการสำรวจพบว่า

“ต้องการเงิน” เป็นแรงจูงใจอับดับหนึ่ง (ร้อยละ 24)

“ความสนุก” (ร้อยละ 23)

“ความตื่นเต้นเร้าใจ” (ร้อยละ 21)

“ความอยากรู้อยากเห็น” ว่าการพนันจะเป็นอย่างไร (ร้อยละ 15)

โดยสรุป “การเล่นพนันเพื่อความสนุก ตื่นเต้น หรือเพื่อฆ่าเวลา” รวมๆ กัน เป็นเหตุผลที่เด็กอังกฤษเล่นพนันมากที่สุด (ร้อยละ 44)

นอกจากนี้ “อิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก” เช่น คนรอบข้าง เพื่อน คนในครอบครัว และการ โฆษณาจากผู้ให้บริการการพนันผ่านช่องทางต่างๆ ก็เป็นแรงจูงใจที่ค่อนข้างสำคัญ รวมๆ กัน มีสัดส่วนถึง (ร้อยละ 27)

อิทธิพลของการโฆษณา และโซเชียลมีเดีย

ผู้ใหญ่สมัยนี้ตามเด็กไม่ค่อยทัน สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก เด็กๆ ถูกปล่อยให้อยู่กับ ทีวีและใช้ชีวิตในโลกออนไลน์มากขึ้น ผู้ปกครองจึงไม่สามารถเข้าไปดูแลหรือทำความ เข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมของบุตรหลานได้อย่างทั่วถึง เป็นที่ทราบกันดีว่า การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในอังกฤษ การโฆษณาเชิญชวน ให้เล่นการพนันจึงเป็นที่แพร่หลายตามสื่อหรือช่องทางต่างๆ

ผลการสำรวจพบว่า เด็กอังกฤษร้อยละ 75 พบเห็นโฆษณาชวนเล่นพนันผ่านโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ โดยร้อยละ 40 เห็นมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ช่องทางโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์สามารถเข้า ถึงเด็กอังกฤษได้มากกว่าป้ายบิลบอร์ดหรือสื่อหนังสือพิมพ์ กล่าวคือ เด็กอังกฤษถึงร้อยละ 63 ตอบว่า ตนพบเห็นโฆษณาการพนันผ่านโซเชียลมีเดีย โดยร้อยละ 24 เห็นมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และร้อยละ 57 ตอบว่า พบเห็นผ่านเว็บไซต์อื่นๆ ที่ตนเข้าไป เยี่ยมชม

ยิ่งไปกว่านั้น เด็กอังกฤษเกือบ 1 ใน 10 ยอมรับว่า กดติดตามข่าวสาร (follow) จากบริษัทผู้ให้บริการการพนันตามเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่นิยมมากที่สุดคือ เฟซบุ๊ก อยู่ที่ร้อยละ 5 รองลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4 เท่ากันคือ อินสตาแกรม และ ยูทิวป์ ส่วนทวิตเตอร์ กูเกิลพลัส และสังคมออนไลน์อื่นๆ มีสัดส่วนเท่าๆ กันที่ร้อยละ 2 จะเห็นได้ว่า ธุรกิจการพนันในอังกฤษสามารถเข้าถึงการรับรู้ของเด็กๆ ไม่ยาก ผ่านช่องทางต่างๆ

แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ การโฆษณาเชิญชวนเหล่านี้ส่งผลกระตุ้นให้เด็ก อังกฤษเล่นการพนันมากขึ้นหรือไม่? แม้การสำ รวจของ Gambling Commission ชิ้นนี้ จะไม่สามารถตอบฟันธงลงไปได้ แต่ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจปรากฏอยู่ เมื่อถามเด็กๆ ไปตรงๆ ว่า หลังจากที่พวกเขาพบเห็นโฆษณาหรือโพสต์ต่างๆ จากบริษัทการพนัน พวกเขารู้สึกหรือทำอะไรต่อไป

เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่มีผลต่อพฤติกรรมการเล่นพนันของตนเอง มีจำนวนน้อยมากๆ ประมาณร้อยละ 1 ที่ยอมรับ ว่าโฆษณาเหล่านี้ทำ ให้ตนอยากเริ่มต้นลองเล่นการพนันหรืออยากพนันในวงเงินที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่มีการสำ รวจพบว่า เด็กที่ได้ใช้เงินตัวเองเล่นการพนัน เป็นเด็ก ที่กดติดตามข่าวสารจากบริษัทพนัน มีจำนวนมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กดติดตามฯ ถึง 2 เท่า

โลกออนไลน์กำาลังกลายเป็น สนามฝึกพนัน

ในโลกของเด็กๆ เส้นแบ่งระหว่าง ‘เกม’ และ ‘การพนัน’ กำลังพร่าเลือนเข้าไปทุกที โลกออนไลน์ในปัจจุบันกำลังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เกมเสมือนพนัน’ (Gambling-style games) เกมเหล่านี้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นเกมออนไลน์ทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเป็นการ นำ เอาการพนันชนิดต่างๆ เช่น โป๊กเกอร์ บิงโก รูเลต สล๊อตแมชชีน เป็นต้น มาทำ เป็น เกมให้เล่น

เกมเหล่านี้แตกต่างจากการพนันจริงๆ ตรงที่ ไม่มีรางวัลที่เป็นตัวเงินจริงๆ และอีกข้อที่น่ากังวลก็คือใครๆ ก็สามารถเข้าไปเล่นได้ไม่จำกัดอายุ ในปี 2016 เด็กอังกฤษในช่วงอายุ 11 – 15 ปี เคยเล่นเกมเสมือนพนันถึงร้อยละ 9 ในจำนวนนี้ เกือบครึ่งเพิ่งเล่นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ทำการสำรวจ

โดยช่องทางหลักที่ใช้เล่นเกมเสมือนพนันคือ แอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต มีถึงร้อยละ 73 รองลงมาคือ เล่นผ่านเฟซบุ๊กหรือเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ (ร้อยละ 25) เล่นผ่าน เว็บไซต์ (ร้อยละ 18) หรือแม้แต่ไปดาวน์โหลดตัวอย่างเกมพนันจากเว็บไซต์การพนันมาเล่น (ร้อยละ 12) อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เกมเสมือนพนันเป็นประตูบานแรกไปสู่การพนันหรือไม่

เนื่องจากสัดส่วนเด็กที่เล่นเกมเสมือนพนันอยู่ก่อนจะมาเล่นพนัน กับเด็กที่เริ่มเล่น พนันจริงๆ อยู่ก่อนมาเล่นเกมเสมือนพนันมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และเด็กกลุ่มหนึ่ง ก็เริ่มเล่นทั้ง 2 สิ่งไปพร้อมๆ กัน แต่จากปรากฏการณ์นี้ก็น่าจะทำให้เห็นได้ว่า โลกออนไลน์สามารถเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ ใช้ในการหัดเล่นการพนันได้